Showing 391 results

Authority record

หลวงประดิษฐไพเราะ

  • TH-P001
  • Person
  • 2424-2497

หลวงประดิษฐไพเราะ นามเดิม ศร เกิดเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2424 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ตำบลดาวดึงส์ อำเภออัมพวา สมุทรสงคราม เป็นบุตรของ นายสิน นางยิ้ม ศิลปบรรเลง บิดาของท่านคือครูสินเป็นเจ้าของวงปี่พาทย์ และเป็นศิษย์ของพระประดิษฐไพเราะ (มี ดุริยางกูร) หลวงประดิษฐไพเราะถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2497 รวมอายุ 73 ปี

รองเสวกเอก หลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) สมรสครั้งแรกกับนางโชติ ประดิษฐ์ไพเราะ (สกุลเดิม: หุราพันธ์) ธิดาของนายพันโท พระประมวญประมาณพล มีบุตรธิดาด้วยกัน 7 คน ต่อมาเมื่อนางโชติถึงแก่กรรมแล้วจึงได้สมรสครั้งที่ 2 กับนางฟู ศิลปบรรเลง (สกุลเดิม: หุราพันธ์) ซึ่งเป็นน้องสาวของนางโชติ มีบุตรธิดาด้วยกัน 5 คน รวมจำนวนบุตรธิดาทั้งหมด 12 คน ได้แก่ 1. เด็กหญิงสร้อยไข่มุกด์ ศิลปบรรเลง - ถึงแก่กรรมตั้งแต่ยังเด็ก 2. เด็กหญิงศุกร์ดารา ศิลปบรรเลง - ถึงแก่กรรมตั้งแต่ยังเด็ก 3. นางชิ้น ไชยพรรค (คุณหญิงชิ้น ศิลปบรรเลง) 4. นางมหาเทพกษัตรสมุห (บรรเลง สาคริก) 5. เด็กชายศิลปสราวุธ ศิลปบรรเลง - ถึงแก่กรรมตั้งแต่ยังเด็ก 6. นายประสิทธิ์ ศิลปบรรเลง 7. นางภัลลิกา ศิลปบรรเลง 8. นางชัชวาลย์ จันทร์เรือง 9. เด็กชายแดง ศิลปบรรเลง - ถึงแก่กรรมตั้งแต่ยังเด็ก 10. นายขวัญชัย ศิลปบรรเลง 11. นาวาเอกสมชัย ศิลปบรรเลง 12. นายสนั่น ศิลปบรรเลง

ศร สามารถตีฆ้องวงใหญ่ได้เองตั้งแต่อายุ 5 ขวบ เริ่มเรียนปี่พาทย์เมื่ออายุ 11 ปี ตีระนาดได้รวดเร็ว มาตั้งแต่เด็ก โดยมีบิดาเป็นผู้ถ่ายทอดวิชาปี่พาทย์ให้จนกระทั่งมีความสามารถในการประชันวงถึงขั้นมีชื่อเสียงไปทั่วลุ่มแม่น้ำแม่กลอง จากการได้ออกแสดงฝีมือนี้เองทำให้ชื่อเสียงของนายศร เป็นที่เลื่องลือในหมู่นักดนตรีมากขึ้น โดยเฉพาะในงานใหญ่ครั้งแรก คือ "งานโกนจุกเจ้าจอมเอิบ" และ เจ้าจอมอบ ธิดาเจ้าพระยาสุรพันธ์พิสุทธิ์ จังหวัดเพชรบุรี

ในปี พ.ศ. 2443 ขณะเมื่ออายุ 19 ปี ท่านได้แสดงฝีมือเดี่ยวระนาดเอกถวายสมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช เป็นที่ต้องพระทัยมาก จึงทรงรับตัวเข้ามาไว้ที่วังบูรพาภิรมย์ ทำหน้าที่คนระนาดเอกประจำ ต่อมาวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2468 นายศร ศิลปบรรเลง ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นหลวงประดิษฐไพเราะ มีราชการในกรมมหรสพ ถือศักดินา 400[4] เข้ารับพระราชทานสัญญาบัตรเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม ณ พระที่นั่งบรมพิมาน[5] แล้วได้รับพระราชทานยศเป็น หุ้มแพร ในวันที่ 13 กรกฎาคม ศกเดียวกัน[6] ทั้งนี้ท่านไม่เคยรับราชการอยู่ในกรมกองใดมาก่อน แต่เพราะฝีมือและความสามารถของท่านเป็นที่ต้องพระหฤทัย

ในปี พ.ศ. 2469 ท่านได้เข้ารับราชการในกรมปี่พาทย์และโขนหลวง กระทรวงวัง ท่านได้มีส่วนถวายการสอนดนตรีให้กับพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี รวมทั้งมีส่วนช่วยงานพระราชนิพนธ์เพลงสามเพลง คือ เพลงราตรีประดับดาวเถา เพลงเขมรละออองค์เถา และ เพลงโหมโรงคลื่นกระทบฝั่ง สามชั้น

แหล่งที่มา : https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%90%E0%B9%84%E0%B8%9E%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%B0_(%E0%B8%A8%E0%B8%A3_%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%87)

ชนก สาคริก

  • TH-P002
  • Person
  • 2489-

อาจารย์ชนก สาคริก เกิดวันที่ 28 เมษายน พ.ศ.2489 ณ โรงพยาบาลศิริราช เติบโตและอาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ 47 ถนนเศรษฐศิริ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 จนถึงปัจจุบัน เป็นบุตรคนสุดท้อง (คนที่ 10) ในสายสกุล สาคริก บิดาชื่อ พระมหาเทพกษัตรสมุห (เนื่อง สาคริก) มารดาชื่อ นางมหาเทพกษัตรสมุห (บรรเลง สาคริก) หากนับญาติทางด้านมารดาของอาจารย์ชนก สาคริกแล้วอาจารย์ชนกเป็นหลานตาของหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) เนื่องจากมารดาคืออาจารย์บรรเลง ศิลปบรรเลงนั้นเป็นบุตรสาวคนที่สองของหลวงประดิษฐไพเราะฯ เมื่อแต่งงานแล้วจึงเปลี่ยนมาใช้สกุลสาคริก อาจารย์ชนกจึงมีโอกาสได้ศึกษาและเรียนรู้วิชาดนตรีไทยจากมารดาและญาติในสายตระกูลศิลปบรรเลงด้วย

อาจารย์ชนก สาคริก เข้าเรียนชั้นอนุบาลและประถมศึกษาที่โรงเรียนราชินี ปากคลองตลาดจนถึงชั้นประถมปีที่ 3 แล้วลาออกไปเรียนต่อที่โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัยสองปี คือในชั้น ป.4 และ ม.1 จากนั้นจึงย้ายไปเรียนต่อที่โรงเรียนสาธิตปทุมวัน (ปัจจุบันคือโรงเรียนสาธิต มศว. ปทุมวัน) และเรียนจนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เมื่อจบแล้วได้สอบเข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 7 และ 8 แล้วสอบเข้าเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยปีแรกเข้าเรียนในคณะศิลปศาสตร์ก่อน 1 ปี เมื่อขึ้นปีที่สองได้เลือกเข้าเรียนในคณะเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อีก 3 ปีจึงจบการศึกษาได้รับปริญญาตรีเศรษฐศาสตร์บัณฑิตจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในปี พ.ศ.2513

แหล่งที่มา : https://sites.google.com/site/krutuck/home/about

Results 381 to 391 of 391